วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนครั้งที่ 16

วันนี้อาจารย์ปิดคอร์สการเรียนการสอนครั้งสุดท้ายอาจาร์ได้เปิดสื่อการสอนทางคณิตศาสตร์ของโรงเรียนเกษมพิทยาให้ดู ซึ่งมีดังนี้


Mind Mapping หน่วยที่เรียน


ตารางเปรียบเทียบลักษณะ


 สื่อที่ทำจากแกนทิชชู่ สอนในเรื่องของรูปทรง




ภาพศิลปะที่เด็กวาด สอนในเรื่องของจำนวน


 หลังจากที่อาจารย์ได้ให้ดูเสร็จแล้วก็ได้ให้นักศึกษาออกมาสาธิตการสอนต่อ โดยกลุ่มที่ออกมาต่อไป คือ หน่วย ข้าว




กลุ่มที่2 หน่วย ข้าว


 


***หลังจากจบการสาธิต การสอนอาจารย์ได้บอกกลุ่มที่ยังไม่ได้ออกมาสาธิตว่า เวลาที่จะนำเสนอนั้นไม่เพียงพอจึงให้เขียนแผนจัดประสบการณ์ให้ละเอียดเหมือน ออกมาสาธิตการสอนจริงๆ ส่งในสัปดาห์หน้าในวันพุธ พร้อมสอบ เวลา 15.00 น.ในวันเดียวกัน

 

บันทึกการเรียนครั้งที่15

วันนี้อาจารย์ได้ให้ส่งงาน Mind Mapping เรื่องสาระและมาตรฐานคณิตศาสตร์หลังจากส่งงานแล้ว อาจารย์ได้ให้ออกมาสาธิตการสอน ซึ่งกลุ่มแรกที่ออกมา คือ หน่วย ผลไม้ ประกอบด้วย

วันจันทร์ ชนิดของผลไม้
วันอังคาร   ลักษณะผลไม้
วันพุธ  ประโยชน์ของผลไม้ซึ่งเล่าเป็นนิทาน
วันพฤหัสบดี  การถนอนอาหาร
วันศุกร์ การขยายพันธ์






(ภาพบรรยากาศที่เพื่อนนำเสนองาน)










บันทึกการเรียนครั้งที่14

***วันนี้ไม่มีการรียนการสอน***

หมายเหตุ อาจารย์ให้ทำงานตามที่รับมอบหมาย

บันทึกการเรียนครั้งที่13

      วันนี้อาจารย์พูดถึงมาตรฐานของคณิตศาสตร์ จำนวน คือ ปริมาณแทนค่าใว้บอกปริมาณในการนับ ตัวเลขแทนค่ามี 2 แบบ คือ ตัวเลขไทยและฮินดูอารบิก ตัวเลขมีไว้กำกับแทนค่าและการเปรียบจำนวนเปรียบเทียบค่าและปริมาณจึงทำให้มี 2 กลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบ

2.1 การเปรียบเทียบด้วยสายตา
2.2การเปรียบเทียบให้เห็นจริง โดยการทำให้เห็นจริงแบ่งครึ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆกัน

 

บันทึกการเรียนครีั้งที่12

วันนี้อาจารย์ให้ ส่งหน่วยที่เป็นแบบ Mind Map และงานเดี่ยวที่เป็นแผนการจัดกิจกรรม 5 วัน เพื่อตรวจและนำจุดที่บกพร่องไปปรับปรุงแก้ไข หลังจากส่งงานเสร็จอาจารย์ได้ยกตัวอย่างของเพื่อน ในหน่วยเรื่อง ไข่ โดยอธิบาย ดังนี้




- สอนให้เด็กรู้จักชนิดของใครโดยถามเด็กว่ารู้จักไข่ชนิดใดบ้าง
- เริ่มกิจกรรมโดยนำตะกร้าที่มีไข่มา แล้วถามเด็กว่า  อยากรู้มั้ยในตะกร้านี้มีไข่อะไรบ้าง ให้เด็กๆได้    ช่วยกันตอบ จากนั้นก็ถามเด็กอีกว่า ในตะกร้านี้มีไข่อยู่ทั้งหมดกี่ฟอง ให้เด็กได้ช่วยกันนับโดยครูเป็นผู้หยิบไข่ขึ้นมาทีละฟอง 
- สอนในเรื่องของ สี  ให้เด็กเลือกไข่ที่มีเฉพาะสีขาวออกมาจากตะกร้าแล้วนับว่าได้กี่ฟอง
- สอนในเรื่องของ แยกประเภท ให้เด็กแยกไข่ไก่และไข่เป็ดออกมาและนับว่ามีทั้งหมดกี่ฟอง
- สอนในเรื่องของ เปรียบเทียบ และจำนวน ให้เด็กจับคู่ไข่ที่เหมือนกันและเมื่อจับคู่ครบให้เด็กดูว่ามีไข่เหลือมั้ย ถ้าไม่เหลือแสดงว่าไข่ทั้งหมดมีจำนวนเท่ากัน
- สุดท้ายให้เด็กดูรูปของไข่ไก่และไข่เป็ดว่าแตกต่างกันอย่างไรและให้เด็กวาดรูปไข่ทั้ง 2 ชนิด
- สอนในเรื่องของ สี อธิบายให้เด็กฟังว่าไข่เป็ดมีสีขาวและไข่ไก่มีสีครีม
- สอนในเรื่องของ ขนาด ให้เด็กสังเกตดูไข่ทั้ง 2 ชนิดว่า เท่ากันหรือไม่เท่ากันหรือไม่
- สอนในเรื่องของ รูปทรง ให้เด็กดูว่าไข่ทั้ง 2 ชนิด มีรูปทรงอย่างไร กลมหรือรี
- สุดท้ายถามเด็กว่าเวลาเห็นไข่เด็กๆนึกถึงอะไรเป็นการให้เด็กได้ฝึกคิดจินตนาการและสร้างสรรค์
 
 

บันทึกการเรียนครั้งที่11





     วันนี้อาจารย์พูดถึงงานที่ได้รับมอบหมายของแต่ละกลุ่ม อาจารย์ได้อธิบายว่า สื่อสามารถบูรณาการได้หลายอย่างและหลักของคณิตศาสตร์ต้องมีกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และอาจารย์ได้ให้คำแนะนำว่า การทำสื่อควรใช้งานได้หลายครั้งและหลายอย่างสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้


กลุ่มที่1สื่อการนับเลข สื่อชนิดนี้จะสอนให้เด็กรู้จัก หลักหน่วย หลักสิบ การนับเลข บวกเลข ลบเลข

กลุ่มที่2สื่อสถิติและกราฟสื่อชนิดนี้ทำให้เด็กรู้จักการเปรียบเทียบของ2-3สิ่ง และแผนภูมิต่างๆ

กลุ่มที่3สื่อปฏิทินสามารถเปลี่ยนวันที่ได้สามารถทำให้เด็กบวกเลขและรู้จัวันวันสำคัญต่างๆของไทย









บันทึกการเรียนครั้งที่10

วันนี้อาจารย์สอนใต้ตึกคณะศึกษาศาสตร์โดยอาจารย์ไดให้คำแนะนำและคำปรึกษาในการทำงานกลุ่มของแต่ละกลุ่มว่าทำอย่างไรให้เหมาะสมกับเด็กความปลอดภัยต่างๆ


 
                                                          บรรยากาศในการทำงาน

บันทึกการเรียนครั้งที่9

***วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน***

หมายเหตุ  เนื่องจากหยุดปีไหม่



บันทึกการเรียนครั้งที่8

***วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน***

หมายเหตุ  เนื่องจากสอบกลางภาค




บันทึกการเรียนครั้งที่7

วันนี้อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับเนื้อหา ดังนี้

คณิตศาสตร์ หมายถึง วิชาที่เกี่ยวกับการคิด การคำนวณ โดยใช้หลักความเป็นเหตุเป็นผล

เกณฑ์หรือมาตราฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย ซึ่งในการกำหนดเกณฑ์มาตราฐาน สสวท.เป็นผู้
กำหนด มีดังนี้


สาระการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์
สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
สาระที่ 2 การวัด
สาระที่ 3 เรขาคณิต
สาระที่ 4 พีชคณิต
สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 ทักษะ/กระบวนการ
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนินการ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินการต่างๆ และสามารถใช้การดำเนินการในการแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค 1.3 ใช้การประมาณค่าในการคำนวณและแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจในระบบจำนวนและสามารถนำสมบัติเกี่ยวกับจำนวนไปใช้ได้
สาระที่ 2 : การวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด
มาตรฐาน ค 2.2 วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดได้
มาตรฐาน ค 2.3 แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัดได้
สาระที่ 3 : เรขาคณิต
มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติได้
มาตรฐาน ค 3.2 ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning)
และใช้แบบจำลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหาได้

สาระที่ 4 : พีชคณิต
มาตรฐาน ค 4.1 อธิบายและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชันต่าง ๆ ได้
มาตรฐาน ค 4.2 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์อื่น ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนำไปใช้แก้ปัญหาได้
สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลได้
มาตรฐาน ค 5.2 ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาได้
สาระที่ 6 : ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค 6.2 มีความสามารถในการให้เหตุผล
มาตรฐาน ค 6.3 มีความสามารถในการสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ
มาตรฐาน ค 6.4 มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และ
เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ ได้
มาตรฐาน ค 6.5 มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ที่มา : http://www.ipst.ac.th/math_curriculum/math_std.html

บันทึกการเรียนครั้งที่6

วันนี้อาจารย์ให้นำกล่องมาคนละ1กล่อง กล่องสามารถบอกรูปทรงปริมาณขนาดได้และอาจารย์ได้ถามว่ากล่องแต่ละคนนึกถึงอะไรและอาจารย์ให้แบ่งกลุ่มๆละ11คนมาประดิษฐ์เป็นอะไรก็ได้แต่มีเงื่อนไขดังนี้


         กลุ่มที่ 1 คุยกันได้ วางแผนกันก่อน ( ประดิษฐ์เป็นรูปคน )
         กลุ่มที่ 2 คุยกันได้ลงมาติดที่ละคน  ( ประดิษฐ์เป็นตึกหลากสี )
         กลุ่มที่ 3 คุยกันไม่ได้ ( ประดิษฐ์เป็นสถานีรถไฟ )



        

บันทึกการเรียนครั้งที่5

วันนี้อาจาร์ได้ประชาสัมพันธ์การลงนามถวายพระพรในวันที่3-4ธันวาคม2555ในวันที่3ลงนามถวายพระพรส่วนวันที่4ให้นำเสื้อสีเหลืองมาด้วยเพื่อนำมาใส่เต้นแอโรบิคและอาจาร์ได้เข้าถึงบทเรียนเรื่องขอบข่ายคณิตศาสตร์อธิบายต่อจากครั้งที่แล้วโดยอาจารย์ยกตัวอย่างมา 2 คน ดังนี้

ขอบข่ายคณิตศาสตร์

1.การนับ(counting)                                       7.รูปทรงและเนื้อที่(figure and area)
2.ตัวเลข(number)                                        8.การวัด(measurement)
3.การจับคู่(matching)                                    9.เซต(set)
4.การจัดประเภท(classification)                    10.เศษส่วน(fraction)
5.การเปรียบเทียบ(comparing)                     11.การทำตามแบบหรือลวดลาย(patte ming)
6.การจัดลำดับ(ordering)                             12.การอนุรักษ์หรือการคงที่ให้ปริมาณ(con ervation) 
 ***แหล่งอ้างอิง  นิตยา  ประพฤติกิจ 2541  17-19*** 


ขอบข่ายคณิตศาสตร์

1.การจับกลุ่มหรือเซต  การจับคู่
2.จำนวน 1-10 การฝึกนับ 1-10 จำนวนคู่  จำนวนคี่
3.ระบบจำนวน (number system) ชื่อของตัวเลข 1-10
4.ความสัมพันธ์ระหว่างเซตต่างๆ
5.คุณสมบัติของคณิตศาสตร์จาการรวมกลุ่ม
6.ลำดับที่
7.การวัด
8.รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ การเปรียบเทียบรูปร่าง รูปทรง
9.สถิติและกราฟ ได้แก่ การศึกษาโดยการบันทึก ทำแผนภูมิการเปรียบเทียบต่างๆ
***แหล่งอ้างอิง เยาวภา เดชะกุปต์***

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

***วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากฝ่ายกิจการนักศึกษาคณะศึกษาสาศตร์กำหนดจัดกีฬาสีสัมพันธ์ จันทราต้านยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งตรงวันเวลาเรียน จึงไม่มีการเรียนการสอน

วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555

บันทึกการเรียนครั้งที3

วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่ม3คน ให้วิเคราะห์และบันทึกงานของเพื่อนที่อาจารย์ให้ทำมานำเสนอหน้าชั้นเรียน

1.ความหมายของคณิตศาสตร์

คำว่า "คณิตศาสตร์" (คำอ่าน: คะ-นิด-ตะ-สาด) มาจากคำว่า คณิต (การนับ หรือ คำนวณ) และ ศาสตร์ (ความรู้ หรือ การศึกษา) ซึ่งรวมกันมีความหมายโดยทั่วไปว่า การศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณ หรือ วิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ คำนี้ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า mathematics มาจากคำภาษากรีก μάθημα (máthema) แปลว่า "วิทยาศาสตร์, ความรู้, และการเรียน" และคำว่า μαθηματικός (mathematikós) แปลว่า "รักที่จะเรียนรู้"
สรุป คณิตศาสตร์ หมายถึง วิชาที่เกี่ยวกับการคิด การคำนวณ โดยใช้หลักความเป็นเหตุเป็นผล
ใน วิชาคณิตศาสตร์จะแบ่งออกเป็น 2 สายใหญ่ๆ ก็คือคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ (pure mathematics) กับคณิตศาสตร์ประยุกต์ (applied mathematics) ส่วนที่เป็นคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ก็จะศึกษาคณิตศาสตร์ในเชิงที่เป็นทฤษฎีหรือ นามธรรม อย่างเช่น พีชคณิต เรขาคณิต เป็นต้น อีกสายหนึ่งคือคณิตศาสตร์ประยุกต์มุ่งศึกษาโดยการนำทฤษฎีของคณิตศาสตร์ บริสุทธิ์มาประยุกต์ใช้ในสาขาวิชาต่างๆ เช่น แคลคูลัส
คณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่มีความจำเป็นในการประกอบอาชีพ เช่น ด้านกสิกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ผู้มีอาชีพเป็นสถาปนิก วิศวกรออกแบบ และควบคุมการก่อสร้าง นักวิทยาศาสตร์คิดค้นสิ่งแปลก ใหม่ นักเศรษฐศาสตร์มีความจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ ความสามารถ เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ หรือตัวเลขต่าง ๆ ในการประกอบกิจกรรมนั้น ๆ   *แหล่งอ้างอิง จากหนังสือ คณิตศาสตร์ 2*

2. จุดมุ่งหมายของคณิตศาสตร์

 1.รู้ และแสดงให้เห็นความเข้าใจแนวคิดจากห้าสาขาของคณิตศาสตร์ (จำนวนพีชคณิตเรขาคณิตและตรีโกณมิติสถิติและความน่าจะเป็นและคณิตศาสตร์ไม่ ต่อเนื่อง) 
2.ใช้แนวคิดทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสมและทักษะในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ทั้งสองคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยรวมทั้งผู้ที่อยู่ในบริบทชีวิตจริง
3. เลือกและนำกฎทั่วไปอย่างถูกต้องในการแก้ปัญหารวมทั้งผู้ที่อยู่ในบริบทชีวิตจริง
*แหล่งอ้างอิง รวัตร     พรหมเพ็ญ  (2537). พฤติกรรมการสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา* 

3.ทฤษฎีการสอนคณิตศาสตร์

- แนวคิดของทฤษฏีคณิตศาสตร์ เด็กต้องมีการแก้ปัญหา แสดงความคิดเห็น เพื่อให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดจากการเรียนรู้ในด้านคณิตศาสตร์ ซึ่งครูผู้สอนต้องมีการจัดการเรียนรู้อย่างมีระบบระเบียบโดยที่เน้นผู้เรียน เป็นหลักให้มากที่สุด
อ้างอิงจาก : นิตยา  ประพฤติกิจ (2536).การพัฒนาเด็กปฐมวัย


4.ขอบข่ายของคณิตศาสตร์

1.การนับ(counting)                                       7.รูปทรงและเนื้อที่(figure and area)
2.ตัวเลข(number)                                        8.การวัด(measurement)
3.การจับคู่(matching)                                    9.เซต(set)
4.การจัดประเภท(classification)                    10.เศษส่วน(fraction)
5.การเปรียบเทียบ(comparing)                     11.การทำตามแบบหรือลวดลาย(patte ming)
6.การจัดลำดับ(ordering)                             12.การอนุรักษ์หรือการคงที่ให้ปริมาณ(con ervation) 
 ***แหล่งอ้างอิง  นิตยา  ประพฤติกิจ 2541  17-19*** 

1.การจับกลุ่มหรือเซต  การจับคู่
2.จำนวน 1-10 การฝึกนับ 1-10 จำนวนคู่  จำนวนคี่
3.ระบบจำนวน (number system) ชื่อของตัวเลข 1-10
4.ความสัมพันธ์ระหว่างเซตต่างๆ
5.คุณสมบัติของคณิตศาสตร์จาการรวมกลุ่ม
6.ลำดับที่
7.การวัด
8.รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ การเปรียบเทียบรูปร่าง รูปทรง
9.สถิติและกราฟ ได้แก่ การศึกษาโดยการบันทึก ทำแผนภูมิการเปรียบเทียบต่างๆ
***แหล่งอ้างอิง เยาวภา เดชะกุปต์***

5.หลักการสอนของคณิตศาสตร์
    1.)ควรให้นักเรียนได้ปฏิบัติและทำกิจกรรมด้วยตนเอง
    2.)ควรสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็นกันเองระหว่างครูกับนักเรียน
    3.)ใช้สื่อที่เป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายขึ้น
    4.)เชื่อมโยงระหว่างสื่อกับความเข้าใจด้านคณิตศาสตร์ของเด็ก
    5.)การจบชั่วโมงเรียนด้วยความประทับใจ
อ้างอิงจาก : Max  sobel (2544).ศิลปะการสอนคณิตศาสตร์. ผู้แปล ฉวีวรรณ เศวตมาตย์
                    เยาวภา  เดชะคุปต์ (2545). การศึกษาความพร้อมทางคณิตศาสตร์
                    นิตยา    ประพฤติกิจ(2536).การพัฒนาเด็กปฐมวัย 





 


บันทึกการเรียนครั้งที่ 2

วันนี้อาจารย์ให้ ลิงค์บล๊อคก่อนเริ่มเรียน เมื่อเริ่มเรียนอาจารย์ได้ให้เขียนคำว่า คณิตศาสตร์ ประสบการณ์ และปฐมวัย เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมอธิบายถึงพัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยเด็กอายุ 2-4 ปี จะสามารถใช้ภาษาได้ดียังใช้เหตุและผลไม่ค่อยได้ และเด็กอายุ 4-6 ปี จะสามารถใช้ภาษาได้ดีขึ้นและใช้เหตุและผลได้ดีแต่ไม่ดีมาก และอาจารย์ยังให้ยกตัวอย่างสิ่งรอบตัวที่อยู่ในห้องเรียนว่าสิ่งของชนิดไหน สามารถสอนในเรื่องคณิตศาสตร์ได้ เช่น แอร์ บอกถึงอุณหภูมิ  นาฬิกา บอกถึงเวลา ลำโพงบอกถึง ระดับเสียง ปากกาไวท์บอร์ด บอกถึงรูปทรง เป็นต้น รวมถึงยังบอกว่าคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่คนเรานั้นใช้ในชีวิต ประจำวันทุกคน งานที่ไดรับมอบหมาย 1.ไปสำรวจที่สำนักวิทยบริการว่ามีหนังสือเกี่ยวกับคณิตศาสตร์อะไรบ้าง ให้นำมาศึกษา 1 เล่ม 2.หาผู้ให้ความหมายคณิตศาสตร์มา 1 คน 3.หาจุดมุ่งหมาย หรือเป้าหมาย วัตถุประสงค์ การสอนคณิตศาสตร์ 4.หาทฤษฎีที่ใช้ในการสอนหรือการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ มา 1 ทฤษฎี 5.ขอบข่ายของคณิตศาสตร์มีอะไรบ้าง 6.หลักการสอนคณิตศาสตร์
 ให้เขียนหมายใส่ลงในกระดาษที่แจกให้ส่งวันศุกร์ ที่ 16/11/2555 


 ***บันทึกย่อมาจาก นางสาว ปริชญา บุญล้ำเลิศ*** หมายเหตุ เนื่องจากไปต่างจังจึงไม่ได้เข้าเรียน

บันทึกการเรียนครั้งที่ 1

วันนี้เป็นวันแรกทรี่ได้พบกับ อ. จ๋า ของการเรียนเทอม 2 เป็นวิชาการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย อาจารย์พูดถึงกฎกติกามารยาททำข้อตกลงก่อนเรียนและพูดถึงbloggerเทคนิคการสร้าง blogger และพูดถึงองค์ประกอบรายวิชา การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ประกอบด้วยอะไรบ้าง และอาจารย์ให้ทำแบบฝึกหัด 2 ข้อ ได้แก่
    
1.เขียนประโยค 2 ประโยคเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย คือ
 อะไร 
2.เขียนความคาดหวังในการเรียนรายวิชานี้ว่าจะได้ความรู้หรือประสบการณ์อย่างไร ?