วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
บันทึกการเรียนครั้งที่11
วันนี้อาจารย์พูดถึงงานที่ได้รับมอบหมายของแต่ละกลุ่ม อาจารย์ได้อธิบายว่า สื่อสามารถบูรณาการได้หลายอย่างและหลักของคณิตศาสตร์ต้องมีกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และอาจารย์ได้ให้คำแนะนำว่า การทำสื่อควรใช้งานได้หลายครั้งและหลายอย่างสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
กลุ่มที่1สื่อการนับเลข สื่อชนิดนี้จะสอนให้เด็กรู้จัก หลักหน่วย หลักสิบ การนับเลข บวกเลข ลบเลข
กลุ่มที่2สื่อสถิติและกราฟสื่อชนิดนี้ทำให้เด็กรู้จักการเปรียบเทียบของ2-3สิ่ง และแผนภูมิต่างๆ
กลุ่มที่3สื่อปฏิทินสามารถเปลี่ยนวันที่ได้สามารถทำให้เด็กบวกเลขและรู้จัวันวันสำคัญต่างๆของไทย
บันทึกการเรียนครั้งที่10
วันนี้อาจารย์สอนใต้ตึกคณะศึกษาศาสตร์โดยอาจารย์ไดให้คำแนะนำและคำปรึกษาในการทำงานกลุ่มของแต่ละกลุ่มว่าทำอย่างไรให้เหมาะสมกับเด็กความปลอดภัยต่างๆ
บรรยากาศในการทำงาน
บรรยากาศในการทำงาน
บันทึกการเรียนครั้งที่7
วันนี้อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับเนื้อหา ดังนี้
คณิตศาสตร์ หมายถึง วิชาที่เกี่ยวกับการคิด การคำนวณ โดยใช้หลักความเป็นเหตุเป็นผล
เกณฑ์หรือมาตราฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย ซึ่งในการกำหนดเกณฑ์มาตราฐาน สสวท.เป็นผู้
กำหนด มีดังนี้
สาระการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์
สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
สาระที่ 2 การวัด
สาระที่ 3 เรขาคณิต
สาระที่ 4 พีชคณิต
สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 ทักษะ/กระบวนการ
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนินการ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินการต่างๆ และสามารถใช้การดำเนินการในการแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค 1.3 ใช้การประมาณค่าในการคำนวณและแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจในระบบจำนวนและสามารถนำสมบัติเกี่ยวกับจำนวนไปใช้ได้
สาระที่ 2 : การวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด
มาตรฐาน ค 2.2 วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดได้
มาตรฐาน ค 2.3 แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัดได้
สาระที่ 3 : เรขาคณิต
มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติได้
มาตรฐาน ค 3.2 ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning)
และใช้แบบจำลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหาได้
สาระที่ 4 : พีชคณิต
มาตรฐาน ค 4.1 อธิบายและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชันต่าง ๆ ได้
มาตรฐาน ค 4.2 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์อื่น ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนำไปใช้แก้ปัญหาได้
สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลได้
มาตรฐาน ค 5.2 ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาได้
สาระที่ 6 : ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค 6.2 มีความสามารถในการให้เหตุผล
มาตรฐาน ค 6.3 มีความสามารถในการสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ
มาตรฐาน ค 6.4 มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และ
เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ ได้
มาตรฐาน ค 6.5 มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ที่มา : http://www.ipst.ac.th/math_curriculum/math_std.html
คณิตศาสตร์ หมายถึง วิชาที่เกี่ยวกับการคิด การคำนวณ โดยใช้หลักความเป็นเหตุเป็นผล
เกณฑ์หรือมาตราฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย ซึ่งในการกำหนดเกณฑ์มาตราฐาน สสวท.เป็นผู้
กำหนด มีดังนี้
สาระการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์
สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
สาระที่ 2 การวัด
สาระที่ 3 เรขาคณิต
สาระที่ 4 พีชคณิต
สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 ทักษะ/กระบวนการ
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนินการ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินการต่างๆ และสามารถใช้การดำเนินการในการแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค 1.3 ใช้การประมาณค่าในการคำนวณและแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจในระบบจำนวนและสามารถนำสมบัติเกี่ยวกับจำนวนไปใช้ได้
สาระที่ 2 : การวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด
มาตรฐาน ค 2.2 วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดได้
มาตรฐาน ค 2.3 แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัดได้
สาระที่ 3 : เรขาคณิต
มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติได้
มาตรฐาน ค 3.2 ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning)
และใช้แบบจำลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหาได้
สาระที่ 4 : พีชคณิต
มาตรฐาน ค 4.1 อธิบายและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชันต่าง ๆ ได้
มาตรฐาน ค 4.2 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์อื่น ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนำไปใช้แก้ปัญหาได้
สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลได้
มาตรฐาน ค 5.2 ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาได้
สาระที่ 6 : ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค 6.2 มีความสามารถในการให้เหตุผล
มาตรฐาน ค 6.3 มีความสามารถในการสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ
มาตรฐาน ค 6.4 มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และ
เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ ได้
มาตรฐาน ค 6.5 มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ที่มา : http://www.ipst.ac.th/math_curriculum/math_std.html
บันทึกการเรียนครั้งที่6
วันนี้อาจารย์ให้นำกล่องมาคนละ1กล่อง กล่องสามารถบอกรูปทรงปริมาณขนาดได้และอาจารย์ได้ถามว่ากล่องแต่ละคนนึกถึงอะไรและอาจารย์ให้แบ่งกลุ่มๆละ11คนมาประดิษฐ์เป็นอะไรก็ได้แต่มีเงื่อนไขดังนี้
กลุ่มที่ 1 คุยกันได้ วางแผนกันก่อน ( ประดิษฐ์เป็นรูปคน )
กลุ่มที่ 2 คุยกันได้ลงมาติดที่ละคน ( ประดิษฐ์เป็นตึกหลากสี )
กลุ่มที่ 3 คุยกันไม่ได้ ( ประดิษฐ์เป็นสถานีรถไฟ )
กลุ่มที่ 1 คุยกันได้ วางแผนกันก่อน ( ประดิษฐ์เป็นรูปคน )
กลุ่มที่ 2 คุยกันได้ลงมาติดที่ละคน ( ประดิษฐ์เป็นตึกหลากสี )
กลุ่มที่ 3 คุยกันไม่ได้ ( ประดิษฐ์เป็นสถานีรถไฟ )
บันทึกการเรียนครั้งที่5
วันนี้อาจาร์ได้ประชาสัมพันธ์การลงนามถวายพระพรในวันที่3-4ธันวาคม2555ในวันที่3ลงนามถวายพระพรส่วนวันที่4ให้นำเสื้อสีเหลืองมาด้วยเพื่อนำมาใส่เต้นแอโรบิคและอาจาร์ได้เข้าถึงบทเรียนเรื่องขอบข่ายคณิตศาสตร์อธิบายต่อจากครั้งที่แล้วโดยอาจารย์ยกตัวอย่างมา 2 คน ดังนี้
ขอบข่ายคณิตศาสตร์
1.การนับ(counting) 7.รูปทรงและเนื้อที่(figure and area)
2.ตัวเลข(number) 8.การวัด(measurement)
3.การจับคู่(matching) 9.เซต(set)
4.การจัดประเภท(classification) 10.เศษส่วน(fraction)
5.การเปรียบเทียบ(comparing) 11.การทำตามแบบหรือลวดลาย(patte ming)
6.การจัดลำดับ(ordering) 12.การอนุรักษ์หรือการคงที่ให้ปริมาณ(con ervation)
***แหล่งอ้างอิง นิตยา ประพฤติกิจ 2541 17-19***
ขอบข่ายคณิตศาสตร์
1.การจับกลุ่มหรือเซต การจับคู่
2.จำนวน 1-10 การฝึกนับ 1-10 จำนวนคู่ จำนวนคี่
3.ระบบจำนวน (number system) ชื่อของตัวเลข 1-10
4.ความสัมพันธ์ระหว่างเซตต่างๆ
5.คุณสมบัติของคณิตศาสตร์จาการรวมกลุ่ม
6.ลำดับที่
7.การวัด
8.รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ การเปรียบเทียบรูปร่าง รูปทรง
9.สถิติและกราฟ ได้แก่ การศึกษาโดยการบันทึก ทำแผนภูมิการเปรียบเทียบต่างๆ
***แหล่งอ้างอิง เยาวภา เดชะกุปต์***
ขอบข่ายคณิตศาสตร์
1.การนับ(counting) 7.รูปทรงและเนื้อที่(figure and area)
2.ตัวเลข(number) 8.การวัด(measurement)
3.การจับคู่(matching) 9.เซต(set)
4.การจัดประเภท(classification) 10.เศษส่วน(fraction)
5.การเปรียบเทียบ(comparing) 11.การทำตามแบบหรือลวดลาย(patte ming)
6.การจัดลำดับ(ordering) 12.การอนุรักษ์หรือการคงที่ให้ปริมาณ(con ervation)
***แหล่งอ้างอิง นิตยา ประพฤติกิจ 2541 17-19***
ขอบข่ายคณิตศาสตร์
1.การจับกลุ่มหรือเซต การจับคู่
2.จำนวน 1-10 การฝึกนับ 1-10 จำนวนคู่ จำนวนคี่
3.ระบบจำนวน (number system) ชื่อของตัวเลข 1-10
4.ความสัมพันธ์ระหว่างเซตต่างๆ
5.คุณสมบัติของคณิตศาสตร์จาการรวมกลุ่ม
6.ลำดับที่
7.การวัด
8.รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ การเปรียบเทียบรูปร่าง รูปทรง
9.สถิติและกราฟ ได้แก่ การศึกษาโดยการบันทึก ทำแผนภูมิการเปรียบเทียบต่างๆ
***แหล่งอ้างอิง เยาวภา เดชะกุปต์***
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






